top of page
ปก P4D Marketing (22).png

P4Digital Group

NO.1 การตลาดบน LINE Platform

4 Step ปิดการขายบน LINE

อัปเดตเมื่อ 8 ก.ย. 2566




เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลสถิติการใช้งานโซเชียลมีเดียและเทรนในโลกออนไลน์ปีล่าสุด Thailand Digital Stat 2022 ของ We Are Social ออกมาแล้ว Link : https://www.everydaymarketing.co/trend-insight/insight-thailand-digital-stat-2022-we-are-social/ ซึ่งหลายๆสถิติเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ผู้ขายของ ออนไลน์ควรศึกษาไว้ จากสถิติที่ออกมา LINE เองได้ติดอยู่ในอันดับต้นๆของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือ แอปพลิเคชันที่คนไทยใช้งานเยอะที่สุดจากในรูปตาม Facebook มาติด ๆ เลยนะครับ

Line

ประกอบกับเหตุผลหลักที่คนไทยใช้โซเชียลมีเดียในปีนี้ คือใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งก็ตรงกับธรรมชาติของคนไทยที่ใช้ LINE เพื่อติดต่อสื่อสารกันเป็นช่องทางหลัก ครอบคลุมไปกว่า 50 ล้านคนในประเทศไทยแล้ว และสถิติที่น่าสนใจอีกอย่างคือ LINE เป็นอันดับหนึ่งที่มีคนใช้เงินด้วยมากที่สุด (ดังรูป) นี้อาจจะเป็นสัญญาณบางอย่างที่กำลังบอกเราว่าถึงเวลาแล้วที่ปีนี้ต้องหันมาทำการตลาดกันใน LINE มากขึ้น


Line
บทความนี้จะช่วยให้คุณทำการตลาดใน LINE ได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น พร้อมกับแชร์ทริคง่าย ๆ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสร้างยอดขายได้แบบไม่รู้จบ นำมาสรุปให้คุณเข้าใจง่ายๆผ่าน “4 Step ปิดการขายด้วย LINE OA : สร้าง ชวน ใช้ เก็บ”

Line
Step 1 : สร้าง
Line
ก่อนที่จะขายของได้ก็ต้องมีหน้าร้านก่อน ซึ่งการสร้างหน้าร้านใน LINE OA ง่ายมากๆ ในส่วนวิธีการ ไปทำตามกันได้จากลิ้งค์วิดีโอนี้เลยนะครับ https://www.youtube.com/watch?v=iAS78Sv_yfA บัญชีไลน์ส่วนตัว1บัญชีสามารถเปิดได้มากกว่า 100 บัญชี LINE OA เลย ดังนั้นคุณจะมีกี่ร้าน เปิดมากเท่าไหร่ก็ได้ แล้วยังสามารถ เปิดได้แบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเลยด้วย บัญชี LINE OA ที่เราเปิดเริ่มต้นจะเป็นบัญชีทั่วไป หรือที่เรียกว่าโล่สีเทา ซึ่งสำหรับ LINE OA มีทั้งหมด 3 โล่ ด้วยกัน ได้แก่ โล่สีเทา โล่สีน้ำเงิน โล่สีเขียว ในส่วนของฟีเจอร์และการใช้งานเหมือนกันทั้ง 3 แบบ แต่สำหรับเจ้าของร้านที่อยากจะทำธุรกิจใน LINE จริงจัง แนะนำให้ไปสมัครบัญชีรับรอง หรือ โล่สีน้ำเงิน
จะทำให้ลูกค้าค้นหาชื่อร้านค้าของเราจาก LINE เจอได้ง่ายขึ้น เหมือนกับร้านค้าปกติเวลาเปิดร้านใหม่ถ้าไม่ได้ อยู่ในทำเลที่ดีหรือร้านดังจริงๆ ลูกค้าก็อาจจะหาเราไม่เจอ

Step 2 : ชวน
Line

สำหรับการชวนของ LINE OA มีเครื่องมือให้เราใช้ครบ ไม่ว่าจะแชร์ลิ้งค์ URL สแกน QR code ซึ่งสามารถพิมพ์ออกมาเป็นโปสเตอร์ใช้แปะที่ร้านของเราได้ด้วย หรือใครที่เป็นสายยิงโฆษณา สามารถใช้ LINE Ads Platform ในการยิงโฆษณาชวนเพื่อนใหม่ๆเข้ามาติดตามใน LINE OA เพิ่มฐานลูกค้าให้มีโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น จากข้างต้นที่กล่าวมาใน LINE มีเครื่องมือให้เราใช้สำหรับชวนมากมายก็จริง แต่เราจะต้องชวนอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้การชวน ของเรามีประสิทธิภาพได้ลูกค้าคนที่ใช่เข้ามา ซึ่งเราสามารถคัดกลุ่มลูกค้าที่ใช้เข้ามาได้จากการใช้คอนเทนต์นั่นเอง คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการชวนลูกค้า อยากได้คนแบบไหนเข้ามาให้ใช้คอนเทนต์ที่มีความเกี่ยวข้อง กับคนกลุ่มนั้น เช่น เราขายแคลเซียม ต้องการกลุ่มลูกค้าช่วงวัยที่แตกต่างกัน คอนเทนต์ที่เราใช้ก็ควรจะเป็นสิ่งที่ เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างได้ดังนี้

กลุ่มสูงวัย เช่น “ปัญหาเข่าเสื่อมแก้ได้ไม่ต้องผ่า”
กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น “เพิ่มส่วนสูง เพิ่มความมั่นใจ”
กลุ่มลูกค้าแม่และเด็ก “เพิ่มความสูงให้ลูกโตสมวัย ”

จะเห็นว่าสินค้าชิ้นเดียวกันแต่ถ้าวางเป้าหมายกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง ใช้คอนเทนต์ที่ตรงใจลูกค้า ผลลัพธ์ที่ได้ กลับมาก็จะดึงดูดเข้ามาได้ด้วย สรุปง่ายๆคือ คอนเทนต์เปรียบเสมือนประตูบานแรกที่จะคัดลูกค้าที่ใช่ของเราให้เข้ามานั่นเองครับ

มีคำตัวอย่าง ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของช่วงเวลาที่ปล่อยคอนเทนต์ เช่น ถ้าสินค้าเราเป็นกลุ่มแม่และเด็ก ซึ่งจะอยู่ที่กลุ่มลูกค้าที่เราดึงเข้ามาแต่แรก เราอาจจะต้องวางแผนปล่อยคอนเทนต์ในช่วงดึกๆที่เด็กน้อยหลับไปแล้ว ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่คนกลุ่มแม่ๆจะใช้โซเชียลอยู่บนหน้าจอมากที่สุด หากเป็นสินค้าผลิตภัณฑ์กันยุงที่ขายมาทั้งปี อาจจะเทียบไม่ได้เลยกับยอดขายเฉพาะช่วงหน้าฝน 2 - 3 เดือนเท่านั้น แม้กระทั่งสถานที่ก็สำคัญ อย่างร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับซึ่งรสชาติอาจจะไม่ได้เป็นรสชาติที่ถูกปากคนไทยเสียเท่าไหร่ก็ใช้วิธีการเลือกยิงโฆษณาเฉพาะพื้นที่อย่างโซนสีลมที่มีกลุ่มคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะก็ได้

Step 3 : ใช้
Line

ถัดมาคือการใช้ LINE OA หลังจากที่ลูกค้ารู้จักเรา และเข้ามาอยู่ในวงโคจรของร้านเราแล้ว เราควรที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญแก่ลูกค้าเพื่อสร้างความเชื่อในสินค้าของเรา และอย่าปล่อยให้โอกาสปิดการขายหลุดมือไป ด้วยตัวช่วยนำส่งข้อมูลต่างๆ ขอยกตัวอย่างเครื่องมือใน LINE OA ที่เป็นตัวหลักที่จะช่วยเราปิดการขายได้ ดังนี้

1. ข้อความทักทายเพื่อนใหม่ (Greeting Message) เพราะลูกค้าใหม่ที่เราชวนเข้าไปในบัญชี LINE OA จะเห็น
ข้อความทักทายเพื่อนใหม่เป็นอย่างแรก ดังนั้นเราควรจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของเรา สรรพคุณของสินค้า ช่วยแก้ปัญหาอะไร ราคาเท่าไหร่ สั่งซื้อทางไหน
2. ริชเมนู (Rich menu) คือ Call to Action ที่เด่นชัดที่สุดใน LINE OA เพราะเป็นตำแหน่งที่ลูกค้าจะมองเห็นได้ง่ายที่สุดเมื่ออยู่ในแชตร้านเรา สามารถออกแบบสร้างได้เอง ใส่ได้มากถึง 6 ปุ่ม โดยควรใส่เมนูสิ่งที่ลูกค้าของเราอยากได้คำตอบจากสินค้าของเรา เช่น

ร้านเสื้อผ้า “แคตตาล็อกสินค้า”
ร้านอาหาร “เมนูทั้งหมด”
โรงแรม “เช็คตารางห้องว่าง”
ส่วนตัวอย่าง ริชเมนูทั่วๆไปที่น่าทำเช่น เมนู Q&A คำถามที่พบบ่อย หรือ กดเพื่อพูดคุยกับแอดมิน
3. การบรอดแคสต์ (Broadcast) เพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าผู้ติดตาม LINE OA และกระตุ้นการตัดสินใจ สำหรับตอนนี้ LINE เป็นการตลาดประเภทเดียวที่เข้าประชิดตัวกับกลุ่มลูกค้าได้ดี เพราะข้อความที่ร้านค้าบรอดแคสต์นั้นจะถูกส่งเข้ามาให้เราเห็นชัดใน Chatlist ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้ใช้งาน LINE ต้องใช้อยู่เป็นประจำ ไม่มีทางที่ลูกค้าจะไม่เห็นแน่นอน (ถ้าไม่ได้โดนบล็อคไปซะก่อนนะครับ) ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกค้าเห็นได้แล้ว เราจะต้องดึงดูดให้ลูกค้าเปิดอ่านด้วยส่วนนี้จะขอเก็บไว้ไปเล่าต่อใน EP อื่น ๆ นะครับ

4. หน้าฟีด (LINE TIMELINE > LINE VOOM (ชื่อใหม่)) การโพสต์สินค้า คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องไว้บน LINE VOOM เพิ่มการมองเห็นให้กับกลุ่มลูกค้าที่ติดตามเรา และคนที่อาจจะสนใจสินค้าของเรา ขึ้นโชว์ในตำแหน่ง For You Tab ดังนั้นการโพสต์ คอนเทนต์สินค้าของเราจะเป็นอีกช่องทางนึงเลยที่ทำให้ลูกค้าเกิดการมองเห็น และเริ่มสนใจในสินค้าของเรามากขึ้น ดึงดูดใจลูกค้าให้ซื้อสินค้าเราได้

5. คูปอง บัตรสะสมแต้ม ฟีเจอร์ช่วยอัพยอดขายให้ธุรกิจ ช่วยให้เป็นการดึงดูดใจลูกค้าชั้นดี ให้กลับมาซื้อซ้ำด้วย คูปอง และบัตรสะสมแต้ม กระตุ้นให้ลูกค้าอยากซื้ออีก และสร้างโอกาสในการหาลูกค้าประจำของร้านเราด้วย แต่อย่าลืมคำนวณโครงสร้างของราคาสินค้ากันดี ๆ ด้วยนะครับอย่าแจกฟรีบ่อยไม่อย่างนั้นเราอาจจะเหลือแต่กลุ่มลูกค้าที่รอของฟรีอย่างเดียวก็ได้
Step 4 : เก็บ
Line

เมื่อจบกระบวนการซื้อแล้ว การเก็บข้อมูล เบอร์โทร ที่อยู่ อีเมล ลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ข้อมูลเหล่านี้ จะสามารถทำให้เรานำไปใช้ประโยชน์กับการตลาดได้ทั้ง LINE และแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือใน LINE OA ที่ใช้เพื่อการเก็บข้อมูลลูกค้าของเรา ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิ์ภาพ

1. แท็ค (Tag) ใช้ติดเพื่อจำแนกประเภทลูกค้า เพื่อให้เราสามารถให้ข้อมูล หรือให้บริการลูกค้าได้อยางตรงตาม ความต้องการมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการติดTag มาใช้ในการบรอดแคสต์ หรือยิงโฆษณาตาม คอนเทนต์ที่ลูกค้าสนใจไป Up-selling ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ เช่น ร้านขายอาหารเสริมลดน้ำหนัก เราติดTagลูกค้าตามประเภทสินค้าที่ซื้อต่างๆกันไป
Tag 1 : ดีทอกซ์
Tag 2: โปรตีน
Tag 3 : กาแฟลดน้ำหนัก
ตอนที่เราอยากโปรโมทสินค้าดีทอกซ์เพิ่มอาจจะใช้คอนเทนต์เกี่ยวกับโปรโมชั่นซื้อเพิ่ม ลดแลกแจกแถมลูกค้าเก่าสำหรับกลุ่ม Tag1 ส่วนลูกค้ากลุ่ม Tag2และTag3 ใช้คอนเทนต์แนะนำอาหารเสริมทางเลือกอื่นๆ หรือวิธีการใช้ร่วมกันกับอาหารเสริมที่เขาซื้อ เพื่อให้เกิดความเชื่อสนใจสั่งซื้อเพิ่มเติมได้
2. Status เป็นอีกตัวช่วยที่จะจัดกลุ่มลูกค้าที่ต้องดำเนินการ จะช่วยให้การปิดการขายในแชตมีระบบมากขึ้น เก็บได้ทุกแชตไม่มีตกหล่น ออเดอร์ไม่สูญหาย สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

3. โน้ต (Note) การเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้ให้ใกล้มือ เหมาะสำหรับข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับตัวลูกค้า ที่มีรายละเอียดมากขึ้น เช่น ชื่อลูกค้า เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่ ซึ่งสำคัญมากทำให้เราข้อมูลเหล่านี้อาจสร้างความประทับให้ลูกค้าเราจากรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี้ได้เช่นการเรียกชื่อลูกค้า รวมถึงจำได้ว่าไซต์เสื้อที่ลูกค้าเคยสั่งซื้อไปคือไซส์อะไร ลองดูจากสถาณการณ์ตัวอย่างนี้ได้ครับว่าเราประทับใจกับแอดมินคนไหนมากกว่า

แอดมินA ตอบกลับว่า “ลูกค้าใส่ไซต์อะไรคะ?”
แอดมินB ตอบกลับว่า “คุณ[ชื่อลูกค้า]รับไซต์ M เหมือนเดิมใช่ไหมคะ?”

แน่นอนว่าแอดมินแบบ B จะสร้างความประทับใจมากกว่า รู้สึกเป็นลูกค้าคนพิเศษ มีความใส่ใจจำข้อมูลของลูกค้าได้ หรืออย่างการเก็บเบอร์โทรลูกค้า มีประโยชน์ทางตรงที่สามารถนำไปใช้กับการโทร Up sell โดยเฉพาะสินค้า ที่มีกลุ่มลูกค้าในช่วงสูงวัยที่ไม่ถนัดการใช้โซเชียล กลุ่มนี้อาจจะสนใจในสินค้าแต่ไม่รู้จะสั่งซื้อทางออนไลน์ยังไง การขายในรูปแบบการโทรจะช่วยเพิ่มยอดกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้มาก

LINE OA ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือครอบคลุมการตลาดทุกขั้นทั้ง 4 Step สร้าง ชวน ใช้ เก็บ หวังว่า ทุกท่านที่นำ วิธีการเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ จะทำให้การขายในLINEมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ สำหรับการตลาดแล้วแม้จะใช้งบไม่มากแต่หากมีกลยุทธ์ที่ดีก็ทำให้สร้างยอดขายแบบยั่งยืนได้ บทความนี้เป็นทริคเล็กๆน้อยๆของ การนำเครื่องมือต่างๆในLINE มาปรับใช้กับการทำการตลาด จักรวาลของ LINE ยังมีสิ่งอื่นๆให้เราเรียนรู้อีกไม่สิ้นสุด ขอให้ติดตามกันไปเรื่อยๆ นะครับ


 

อ้างอิง










ดู 14 ครั้ง
ปก P4D Marketing (19).png

จุดเริ่มต้น
สู่มืออาชีพด้านธุรกิจออนไลน์

ให้เราช่วยคุณ

bottom of page